Photos
Reviews
ศาสนาพุทธไม่ใช่วิทยาศาสตร์ has no reviews yet.
Tell people what you think
Posts

เพิ่งรู้ว่าหนังสือเล่มนี้ของ Carl Sagan มีแปลเป็นภาษาไทยด้วย แนะนำให้อ่านนะครับ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เราแยกแยะว่าอะไรคือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ได้ดี

"ย่อมเป็นการดีกว่าหากจะจุดเทียนสักเล่ม แทนที่จะก่นด่าความมืด"
- นิรนาม

The New York Times Bestseller! ฉบับครบรอบ 2 ทศวรรษ! ผลงานอัจฉริยะจากผู้กล้านักล่าปีศาจ
postbooksonline.com

วิทยาศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่อง "ปฏิบัติเองแล้วเห็นหรือรู้สึกได้" ไม่เช่นนั้นก็จะต่างจากอะไรกับการที่คนใช้ GT200 แล้วแต่ละคนต่างก็รู้สึกว่า GT200 นั้นทำงานได้จริง นอกจากนี้จุดสำคัญที่ทำให้ "ศาสนาพุทธ" ไม่มีทางเป็นวิทยาศาสตร์ได้ก็คือ ศาสนาพุทธไม่เปิดทางให้ตัวคำสอนของศาสนาพุทธเอง "มีความเป็นไปได้ที่จะผิด" เมื่อปิดประตูนี้และยึดเอาว่าคำสอนของลัทธิตนเองนั้นถูกต้องเสมอ วิธีคิดของคนที่พูดว่าศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาตร์จึงมักยึดเอา "คำสอน" เป็นหลักแล้วค่อยไปหยิบเอาว่าตรงไหนที่ดูเป็นวิทยาศาสตร...์ มากกว่าพยายามหักล้างคำสอนนั้น

วิทยาศาสตร์ไม่ใช่เรื่องตายตัว แต่เป็นสาขาที่สะสมความรู้อันเกิดจากการหักล้างและทดแทนอย่างสม่ำเสมอ ทุกๆ วินาที จะกำลังมีคนที่ตั้งคำถามว่าความรู้ที่เคยเชื่อๆ กันอยู่นั้นถูกต้องจริงหรือ ต่างกับคนในศาสนาพุทธที่ไม่ได้ตั้งคำถามกับความเชื่อ เพียงแต่ทำตามที่คำสอนนั้นว่ามาเท่านั้น

อันที่จริงไม่มีศาสนาไหนเป็นวิทยาศาสตร์ ถ้ามันได้ขึ้นชื่อว่าศาสนา ต่อให้เป็นศาสนาที่ดูมีเหตุมีผล มีส่วนที่ต้องใช้ปัญญามากกว่าศาสนาอื่น ยังไงก็ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เพราะมันไม่อนุญาติให้คำสอนของตัวเองมีโอกาสผิด

See More
Image may contain: 1 person, text
พุทธทาสภิกขุ

พุทธศาสนาโดยเนื้อแท้เป็นวิทยาศาสตร์ไม่ใช่ปรัชญา แต่วิธีพูดในบางเรื่องบางกรณี ในการเริ่มต้นหรือในการพูดอย่างหลักปรัชญา มันก็มีเหมือนกัน...

พุทธศาสนามันเป็นการปฏ...ิบัติในรูปแบบของศาสนา...มีวิธีการอย่างวิทยาศาสตร์ คือต้องเอาของจริง มา ดู ใคร่ครวญ แจ่มแจ้ง และจัดการลงไป โดยประจักษ์แก่ใจอยู่เสมอ ความที่ประจักษ์แก่ใจอยู่เสมอนี้ ไม่ต้องคำนึง คำนวณ ดังนั้นมันจึงไม่ใช่ปรัชญา ความที่ประจักษ์แก่ใจอยู่เสมอนี้ เราเรียกว่า "สันทิฏฐิโก"

คุณก็ท่องอยู่ทุกวันนี่ พอช่วงทำวัตรเย็น มันก็มี สวากขาโต ภควตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปนยิโก ปัจจังตัง เวทิตัพโพ นี่ท่องอยู่ทุกวัน ให้เข้าใจคำเหล่านี้แหละ แล้วก็จะรู้ว่าพระธรรม พระธรรมหรือพระศาสนานั้นน่ะ มันมีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์

ข้อที่เป็นสันทิฏฐิโกนะ ยิ่งเป็นวิทยาศาสตร์ที่สุด คือต้องประจักษ์แก่ตา หรือ ตาปัญญาอยู่เสมอ

อกาลิโก ไม่ขึ้นอยู่กับเวลานั่นแหละมันยิ่งเป็นวิทยาศาสตร์ มันมีลักษณะมีกิริยาเมื่อไรก็มีปฏิกิริยาเมื่อนั้น เรียกว่าอกาลิโก

เอหิปัสสิโก มันมีตัวอยู่จริง เรียกมาดูได้ที่นี่และเดี๋ยวนี้ ถ้าสวรรค์หรือนรกก็ตามมันอยู่ชาติหน้า แล้วจะเรียกใครมาดูได้ละ ความเป็นเอหิปัสสิโก มันก็มีไม่ได้เป็นไม่ได้

โอปนยิโก ควรน้อมเข้ามาใส่ตัวนี่ มันยิ่งเป็นวิทยาศาสตร์เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำได้ จัดการให้เป็นประโยชน์ขึ้นมาได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของคำนวณหรือความรู้แห่งการคำนวณ ซึ่งเป็นปรัชญา

และข้อสุดท้าย ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ เฉพาะตน ๆ เพราะมันเป็นเรื่องทางจิตใจที่ต้องเห็นด้วยใจของตน ก็กลายเป็นเรื่องเฉพาะตน แต่มันก็มีความหมายของสันทิฎฐิโกรวมอยู่ด้วยในบทนี้ด้วยนะ ปัจจัตตังเวทิตัพโพ นี่คือเป็นเอง สันทิฏฐิโกเห็นเอง พอมาถึงปัจจัตตังเวทิตัพโพ นี่โดยเฉพาะตนเติมเข้ามา เห็นเองเฉพาะตน

แล้วก็มีคำว่าวิญญูหิอยู่ด้วย วิญญูหินั้นก็แปลว่าคนที่มีปัญญาตามปกตินะ คนโง่ คนบ้า คนใบ้ คนปัญญาอ่อน ไม่รวมอยู่ในคำว่าวิญญูหินะ เพราะฉะนั้นมันจึงไม่สำเร็จประโยชน์แก่คนโง่ คนปัญญาอ่อน บ้าใบ้ เพราะมันไม่รวมอยู่ในคำว่าวิญญูหิ ฉะนั้นจึงได้เฉพาะไอ้คนที่ปกติและก็มีปัญญา เป็นคนปกติมีปัญญาหรือคนมีปัญญาเป็นปกตินั่นแหละ มันก็เป็นวิญญูหิ พอจะรู้ธรรมะได้ ถ้าคนพาล คนโง่ คนหลง คนปัญญาอ่อนมันไม่ได้ ยกออกไปเสีย ก็เป็นอภพฺพสัตว์ อภัพบุคคลไม่อาจจะเข้าใจได้

พุทธทาสภิกขุ

See More
Posts

ถ้าศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์ บ้านสวนพีระมิดก็เป็นวิทยาศาสตร์

หากพูดถึงพระนางเนเฟอร์ตารีแล้ว หลายๆท่านก็คงได้เคยพิสูจน์อย่างเป็นวิทยาศาสตร์กันมามากแล้วต่อผู้คนทั้งหลาย โดยอาศัยความเจ็บป่วยเป็นข้อพิสูจน์ ด้วยการเสี่ยงทายถามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า
baansuanpyramid.com

ผมลองคิดดูนานแล้ว ถ้าจะอ้างว่า #ศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์ มันก็ต้องหาทฤษฎีอะไรอย่างน้อยสักอันในศาสนาพุทธที่มัน falsifiable

ผมนึกออกอยู่เรื่องหนึ่ง เรื่อง "กฏแห่งกรรม" แบบประเภทคนทุบหัวปลาถูกรถชนหัวแตกเพราะโดนกรรมสนอง ฯลฯ นี่พอพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ได้นะ เป็นเรื่องเพ้อเจ้องมงายที่ชาวพุทธหลายคนไม่เอา แต่น่าจะเป็นหนึ่งในไม่กี่อันที่ falsifiable นอกนั้นทฤษฎีที่พุทธนำเสนอก็มีแต่หลบอยู่ข้างหลัง "ปัจจัตตัง - รู้โดยตน ลัลล้าโดยกู" พิสูจน์ไม่ได้

สมมติเรื่องคนทุบหัวปลา ก็ตั้งสมมติฐานไปเ...ลยว่าคนที่ทุบหัวปลาบ่อยๆ ย่อมโดนกรรมสนองและมีแนวโน้มจะได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะมากกว่า จากนั้นเอาข้อมูลสถิติมาเทียบเลยว่า กลุ่มคนที่ประกอบอาชีพพ่อค้าแม้ค้าเขียงปลาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุที่ศีรษะเท่าไร มากกว่ากลุ่มอาชีพอื่นอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ เทียบระยะเวลาที่ประกอบอาชีพด้วยว่าสัมพันธ์กับอายุขัยหรือเปล่า ฯลฯ

ถ้าศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์จริงดังอ้าง ก็ควรจะวิจารณ์ผลการทดลองแบบที่นักวิทยาศษสตร์ทำ เช่น

1. เมื่อผลออกมาสนับสนุนสมมติฐาน ก็ต้องหาต่อไปว่ากรรมมันทำงานอย่างไร มีกลไกอะไรไปผลักให้มีอะไรมาชนหัวคน (ผมว่าคงไม่ไปไกลถึงขั้นนั้นหรอก แค่ได้ผลออกมาสนับสนุนมีนัยสำคัญนิดหน่อย คนพุทธก็ได้ข้ออ้างกันไปเป็นสิบปีๆ แล้ว คงไม่คิดทำอะไรต่อให้วุ่นวายหรอก)

2. เมื่อผลออกมาแย้งสมมติฐาน ก็ต้องหาว่าทฤษฎี "กฏแห่งกรรม" มันผิดตรงไหน ถ้ามันผิดระดับที่แก้ไปไม่รอด ก็ต้องโยนมันทิ้งลงถังขยะไป (ข้อนี้ผมมั่นใจเลยว่ายากส์มากส์ที่จะให้ชาวพุทธยอมรับว่าสมมติฐานแบบพุทธๆผิด เพราะศาสนาพุทธไม่มีสมมติฐาน มีแต่"ความจริง")

เอาไว้ให้ทำอะไรแบบนี้ออกมาก่อนเหอะ แล้วค่อยเถียงว่าศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์ มันจะได้ดูไม่ตลกนัก

มิตรสหายท่านหนึ่ง

See More

หลายวันก่อนกลับไปดูเว็บไซต์สมาคมค้นคว้าทางจิตแห่งประเทศไทย ที่มีเทพพนม เมืองแมนเป็นนายกสมาคม - แถมยังฝากเว็บไว้กับศูนย์วิจัยประสาทวิทยาของมหาวิทยาลัยมหิดล เจองานสัมมนาอันหนึ่งทำสำลักกาแฟพรวด

"วิทยาศาสตร์เป็นศาสนาพุทธ"

เขากำลังเถียงกันว่าตนลงศาสนาพุทธมีความเป็นวิทยาศาสตร์หรือเปล่า พี่แกมาถึงวิทยาศาสตร์เป็นศาสนาพุทธเลย โหดจริงๆ

ศาสนาพุทธเป็นวิทยาศาสตร์

เพจนี้ มีหน้าที่เพื่อบอกว่า "ศาสนาพุทธ(และศาสนาอื่นๆ) ไม่ใช่วิทยาศาสตร์" วิทยาศาสตร์ไม่ได้สูงส่งอะไร มันก็เป็นแค่วิธีการเข้าถึงความจริงอย่างหนึ่งเท่านั้น และมีข้อจำกัด มันไม่ต้องการอัศวินเท็มพลาร์ ราวกับว่าวิทยาศาสตร์เป็นลัทธิปราศจากมลทิน มันมีพื้นที่ของมันอยู่ การกันสิ่งที่ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ออกไป ก็เพื่อให้มันเหมาะสมที่จะใช้เป็นเครื่องมือกลางในการเข้าใจธรรมชาติ

ไอแซค นิวตัน สนทนากับมิตรว่าระบบการโคจรของดวงดาวเป็นบทพิสูจน์การมีอยู่จริงของผู้สร้างทรงปัญญา ความงดงามของระบบเช่นน...ี้ ย่อมไม่มีอยู่ขึ้นเองโดยแน่แท้

แอดมินไม่รู้สึกว่าตัวอย่างข้างตน อิหลักอิเหลื่อแต่อย่างใด เพราะวิทยาศาสตร์เป็นวิธีอธิบายธรรมชาติอย่างหนึ่ง ต่อให้นิวตันเขียนในสมการว่าค่าคงที่ของแรงถูกสร้างโดยพระเจ้า เมื่อมันเข้ามาสู่ปริมณฑลของวิทยาศาสตร์ มันก็จะถูกเลือกเอาเฉพาะส่วนที่พิสูจน์ได้มาใช้ เท่านั้นเอง

ดังนั้นเรื่องอัศวินเท็มพลาร์ ปกป้องวิหารเทพเจ้าวิทยาศาสตร์นี่จึงเป็นตัวอย่างที่อิเดียต ที่ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะเราไม่ได้กำลังปกป้องวิทยาศาสตร์ เราแค่พูดถึงธรรมชาติของมันแค่นั้นเอง

See More
นักจิตวิทยามีทฤษฎีว่ากระบวนการประมวลผลข้อมูลของคนเรามีสองแบบ แบบแรกคือการใช้สัญชาตญาณ สรุปตีความเอาอย่างรวดเร็ว อีกแบบคือการวิเคราะห์ด้วยหลักตรรกะและเหตุผลซึ่งช้าและสิ้นเปลืองพลังงานสมองมากกว่า
jusci.net

"การอ้างที่เกินกว่าธรรมดา ย่อมต้องการหลักฐานที่เกินกว่าธรรมดาเช่นกัน" - คาร์ล เซแกน

Image may contain: one or more people and text
Global Secular Humanist Movement is with Suppiya Siranan and Ralph J. Morris.

Simple.

สถานะของศาสนาพุทธคืออะไร?

คำสอนในศาสนาพุทธ อยู่บนฐานะของการเคลมว่ามันเป็นข้อเท็จจริงสูงสุด ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เป็นจริงเสมอ สิ่งที่ถูกสอน เป็นส่วนหนึ่งของความรู้ทั้งหมด เป็นความรู้ว่าคุณธรรมจริยธรรม และเป็นความรู้สำหรับการหลุดพ้นจาก "ความทุกข์" ความรู้อื่นนั้นที่ไม่จำเป็นสำหรับการดับทุกข์ พระพุทธเจ้าไม่สอน และทุกอย่างยืนยันว่าเป็นจริงได้ก็ด้วยการสำเร็จสัพพัญญูญาณ คือการรู้ตลอดทุกสิ่งอย่าง(Omniscience)

คำสอนของศาสนาพุทธ อาจจะเป็นจริง หรือไม่เป็นจริงก็ได้ นั่นไม่สำคัญเลยสำ...หรับคนอื่นๆ (ศาสนาพุทธมีจำนวนศาสนิกน้อยกว่าพวกไม่นับถือศาสนา และศาสนาอื่นๆ ดังนั้น คนที่สนการ "ดับทุกข์" ย่อมมีน้อยกว่าคนที่สนใจ "เข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า" แน่นอน) แต่สำคัญที่ว่าคำสอนของศาสนาพุทธ มีสถานะอย่างไรใน "โลกของความเป็นจริง" ไม่ใช่ในโลกของพุทธศาสนิกชนที่พระพุทธเจ้าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน เป็นผู้จริงเสมอ ถูกเสมอ เรื่องใดผิด เป็นความผิดของคนภายหลัง หรือเป็นการสื่อสารที่ผิด

การเคลมความเป็น Omniscience ก็มีในศาสนาอื่นที่เชื่อเรื่องพระเจ้า คือมันเป็นคุณสมบัติอันหนึ่งของพระเจ้า และศาสนาอื่นๆ ก็เคลมความเป็น "ความจริงสูงสุด" เช่นกัน ยังไม่นับรวมลัทธิเล็กน้อยอีกมากมาย ที่เชื่อว่าตนคือความจริงสูงสุด - แต่ทุกศาสนาย่อมไม่สามารถเป็นความจริงสูงสุดได้ เพราะความจริงของแต่ละศาสนาขัดแย้งกันโดยพื้นฐาน แล้วศาสนาไหนคือความจริงสูงสุดล่ะ? คำตอบก็คือ มันไม่สามารพิสูจน์ได้ว่าศาสนาไหนผิด เพราะไม่มีทางที่จะพิสูจน์ได้เลย เนื่องจากทุกศาสนาอธิบายความอยู่เหนือการพิสูจน์ของตนเองไว้เรียบร้อยแล้ว

ดังนั้นขั้นต่ำที่สุด ศาสนาทุกศาสนามีสถานะเหมือนกัน คำสอนของพระพุทธเจ้า มีสถานะแบบเดียวกับเรื่องเล่าของพระเยซู หรือเทพเจ้าซุส

See More

"ในท้องฟ้ามีสัตว์ชนิดหนึ่งตัวใหญ่เท่าภูเขา มีเขี้ยวยาว ดูดกลืนวิญญาณมนุษย์เป็นอาหาร ผู้ไม่ฝึกจิตไม่สามารถมองเห็นได้"

คำกล่าวข้างต้น อาจเป็น "จริง" หรือ "ไม่เป็นจริง" ก็ได้ ปัญหาก็คือว่า มันเป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่?

การหาคำตอบเพียงแค่ว่า มัน "จริง หรือ ไม่จริง" นั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิทยาศาสตร์ ส่วนสำคัญกว่าคือ "ข้อเท็จจริง" นั้น "มีทางพิสูจน์ได้หรือไม่ ว่ามันมีโอกาสไม่เป็นจริง" เพราะวิทยาศาสตร์ อยู่บนฐานของการยอมรับความเปลี่ยนแปลงของ "ข้อเท็จจริง" ถ้ามันไม่มีทางพิสูจน์ได้ ว่าเรื่องใดมีโอกาสผิด มันก็ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ - ข้อเท็จจริงใด ยืนยันว่าตนเองถูกต้องเสมอ นิรันดร์ "อยู่เหนือการพิสูจน์" เช่นเรื่องสัตว์ประหลาดในท้องฟ้าข้างต้น มันย่อมไม่เป็นวิทยาศาสตร์

ผมแบน "Piy Kr" กับ "Tejin Uta" เนื่องจากยังคงรังควาญด่าไร้สาระกันไม่เลิกนะครับ ผมได้ให้โอกาสแล้ว 2 วัน เมื่อเลยแล้ว ก่อคดีกับคนใหม่ได้ แต่ก่อคดีกับคู่กรณีเก่าไม่ได้

เร็วๆ นี้ ผมคงจะต้องหาคนมาเป็นแอดมินเพิ่ม เหนี่อยครับ รับภาระผมเจอคนปัญญาอ่อน เห่อหมอย แทบทุกวัน คือผมชอบคนที่เขียนหนังสือรู้เรื่อง อ่านหนังสือรู้เรื่อง แม้ว่าจะคิดไม่เหมือนกันก็ตาม ไม่ใช่แต่เอานิ้วเคาะแป้นคีย์บอร์ดแล้วคิดจะมาโต้เถียงกับคนอื่น

Tejin Uta
นักวิทยาศาสตร์ท่านใดฉลาด ช่วยโจมตีศาสาพุทธในเรื่องว่า "อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา" ว่ามั้นไม่ใช่ มันไม่จริงบ้างดิโว้ยยยย เห็นมีแต่ยกเรื่องนิยาย นิทาน ในไตรปิฏกมาขำ ๆ กัน ปัญญามีกันแค่นี้หรือ ?

//

...

ปัญหาของ Tejin Uta คือ อยู่เป็นสมาชิกที่อยู่มานาน แต่ไม่มีศักยภาพในการเข้าใจประเด็นที่เพจนี้นำเสนอ จึงเอาแต่พูดว่าเพจนี้วิจารณ์ศาสนาพุทธเฉพาะส่วนนิยาย นิทานเท่านั้น

หลักการของเพจนี้ คือ เราวิจารณ์ศาสนาทั้งหมด เพราะมันไม่สามารถแบ่งแยกได้ว่า อันนี้พุทธ อันนี้ไม่พุทธ อันนี้เปลือก อันนี้แก่น ทุกอย่างรวมอยู่ในศาสนาหมด ตั้งแต่เรื่องปัญญาอ่อนอย่างสัพพัญูญาณ ไปจนถึงเรื่องเรื่องอภิปรัชญา หรือจริยธรรม คุณธรรม

ถ้าศาสนิกที่เข้ามาเถียงในเพจนี้ ต้องการเคลมว่า เรื่องนิทานในพระไตรปิฏก เช่น เมล็ดข้าวสาลีใหญ่เท่าคนโอบ เป็นเพียงนิทานที่ใช้ประกอบการสอน หรือเป็นเพียงกระพี้ไม่ใช่แก่นของศาสนา แก่นของศาสนาคือเรื่องแนวทางในการใช้ชีวิต การตอบแบบนี้ทำให้สถานะของศาสนาไม่ต่างจากลัทธิเข้าทรงเจ้าแม่มหากาลี ที่บางครั้งก็โกหก บางครั้งก็สอนเรื่องที่ดีในการใช้ชีวิต แนะนำว่าควรจะทำอย่างไรถึงจะมีความสุขได้ ร่างทรงเจ้าแม่มหากาลี ก็มีสถานะแบบเดียวกับพระพุทธเจ้า คือพูดจริงบ้าง โกหกบ้าง

See More

ปัญหาอย่างหนึ่งของคนนับถือศาสนาที่เข้ามาในเพจนี้ (เช่น Tejin Uta) คือการแยกไม่ออกระหว่างศาสนา กับวิทยาศาสตร์ เข้าใจไปว่า "วิทยาศาสตร์" เป็นสถาบัน มีโครงสร้าง "นักบวช" คิดว่า นักวิทยาศาสตร์ต้องคิดเป็น "วิทยาศาสตร์" ตลอดเวลา ซึ่งคนละเรื่องกันเลย

ปัญหานี้ จะแยกได้ ต้องเข้าใจการเคลมตัวเองของวิทยาศาสตร์ และศาสนา ว่ามันแตกต่างกันอย่างไร

ศาสนา เป็นสถาบัน มีโครงสร้างชัดเจน นักบวช(คนตีความ และเผยแพร่ศาสนา) มีวัตรปฏิบัติที่ชัดเจนของศาสนา เพื่อเคลมความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ถ้าทำผิดวัตรปฏิบั...ติอย่างแรง ก็ต้องออกจากความเป็นนักบวช

วิทยาศาสตร์ไม่ใช่สถาบัน ไม่มีโครงสร้างแน่นอน นักวิทยาศาสตร์คือคนประกอบวิชาชีพ ที่อาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และใช้วิธีแบบวิทยาศาสตร์ในการหาความจริงของธรรมชาติในการหาเงิน ไม่ใช่นักบวช ไม่ใช่คนผูกขาดการตีความ และไม่ได้มีหน้าที่เผยแพร่วิทยาศาสตร์ ไม่มีวัตรปฏิบัติชัดเจน

See More

ผมแบนคุณ พระสัมมา สุจิตดา พุทธเจ้่า เนื่องจากไม่ฟังคำตักเตือน ตั้งกระทู้โจมตีส่วนบุคคลแบบไร้สาระทั้งๆที่คู่กรณีหยุดไปแล้ว ผมได้ประกาศแล้วว่าให้สงบภายในเวลาสองวัน ถ้าไม่หยุดจะแบน user