Photos
Posts

สมุนไพร รางจืดรางจืด หรือ ว่านรางจืด อีกหนึ่ง สมุนไพรไทยรางจืด ที่นิยมใช้ปรุงเป็นยาและใช้ในการถอนพิษไข้ ถอนพิษผิดสำแดง หรือแม้แต่ ถอนอาการมึนเมาเพราะดื่มสุราเกินขนาด นอกจากนี้ ประโยชน์ของรางจืด ยังมีมากกว่าที่คุณเห็น นั้นเรามาดูประโยชน์และสรรพคุณ รางจืด กันเลยดีกว่า

 

 สรรพคุณ / ประโยชน์ รางจืด

 

...

ผลการวิจัยการศึกษาทดลองฤทธิ์ลดไข้ในหนูขาวพบว่า ได้ผลดีทดสอบใช้ใบรางจืดแก้พิษยาฆ่าแมลง Folidol-E  พบว่าน้ำสกัดจากใบรางจืดร่วมกับ Nropine สามารถลดอัตราการตายของสัตว์ได้ ทดลองในหนูพบว่า น้ำสกัดใบรางจืดมีฤทธิ์ต้านพิษยาฆ่าแมลงชนิด Organophosphate ได้ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยเพื่อศึกษาผลของการใช้รางจืดรักษาผู้ป่วยที่ได้รับสารพิษพาราควอท (Paraquat) โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช สุพรรณบุรี ซึ่งสรุปได้ว่า รางจืดมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยที่ได้รับสารพาราควาอทรอดชีวิตได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

 

 

 

 

 

วิธีการใช้ตามภูมิปัญญาไทย- สรรพคุณรางจืดตามตำรายาไทย กล่าวไว้ว่า "รางจืดรสเย็น ใช้ปรุงเป็นยาเขียวถอนพิษไข้ถอนพิษผิดสำแดงและพิษอื่น ๆ ใช้แก้ร้อนในกระหายน้ำ รักษาโรคหอบหืดเรื้อรัง และแก้ผื่นคันจากอาการแพ้ต่าง ๆ ใช้แก้พิษเบื่อเมาเนื่องจากเห็ดพิษ สารหนู หรือแม้ยาเบื่อประเภทยาสั่ง ได้ผลชะงัดนักแล"- มีรายงานการศึกษารางจืด พบว่า แก้โรคพิษสุราเรื้อรังได้ดีนอกจากนี้ผู้นิยมสมุนไพรยังแจ้งผลการใช้มาว่า แก้พิษได้อีกหลายอย่าง เช่น สุนัขแสนซื่อซึ่งเฝ้าบ้านเก่งโดนวางยาเบื่อก็รอดชีวิตมาเพราะเจ้าของคั้นน้ำรางจืดให้กิน หรือในอดีตใครที่ถูกวางยาก็มักแก้ด้วยรางจืดเช่นกัน- รากและเถา รับประทานแก้ร้อนในกระหายน้ำ- ใบและราก  ใช้ปรุงเป็นยาถอนพิษไข้  เป็นยาพอกบาดแผล  น้ำร้อยลวก  ไฟไหม้  ทำลายพิษยาฆ่าแมลง  พิษจากสตริกนินให้เป็นกลาง พิษจากดื่มเหล้ามากเกินไปหรือยาเบื่อชนิดต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย

 

 

 

 

 

- รากสด  รากรางจืด (อายุ 2 ปี ขึ้นไป) นำมาโขลก/ฝน ผสมน้ำซาวข้าวใช้ดื่มหรือนำรากรางจืดมาหั่นฝอยผึ่งลมให้แห้งบดเป็นผงบรรจุแค๊ปซูลหรือทำเป็นเม็ดรับประทานครั้งละประมาณ  5 กรัม- ใบสด สำหรับคน 10-12 ใบ สำหรับวัวและควาย  20-30 ใบ นำใบสดมาตำผสมกับน้ำซาวข้าวครึ่งแก้วคั้นเอาแต่น้ำดื่มให้หมดทันทีที่มีอาการ อาจให้ดื่มซ้ำได้อีกใน 1/2 - 1 ชั่วโมงต่อมาสำหรับใบรางจืดที่ไม่อ่อนไม่แก่เกินไป โขลกให้แหลกผสมน้ำซาวข้าวคั้นเอาแต่น้ำดื่มหรือนำใบรางจืดมาหั่นฝอย ผึ่งลมให้แห้งใช้ชงน้ำร้อนดื่ม

See More
Posts

ขอประชาสัมพันธ์การรับสมัครนักศึกษาแพทย์แผนไทยบัณฑิต ประจำปีการศึกษา2556

ข่าวจาก งานแพทย์แผนไทย เขียนเมื่อ 1 November, 2012

        ด้วย วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก สังกัดสถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข ได้เปิดรับสมัครบุคลากรการแพทย์แผนไทยที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรการแพทย์แผนไทย(อายุรเวท)...ของกระทรวงสาธารณสุขหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงแพทย์แผนไทยประยุต์(3ปี)และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงแพทย์แผนไทย(3ปี) ที่ปฏิบัติงานอยู่ในหน่วยสังกัด กระทรวงสาธาณสุข หรือหน่วงงานที่เกี่ยวข้องเข้าศึกษาต่อหลักสูตรการแพทย์แผนไทย ระบบ Module ประจำการศึกษา2556 ตามโครงการความร่วมมือทางวิชาการระหว่างวิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสขุ กาญจนาภิเษก กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  ระเบียบการรับสมัคร หรือสามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่www.kmpht.ac.th

This entry was posted in ข่าวประชาสัมพันธ์ by งานแพทย์แผนไทย

See More

เดินออกกำลังกาย

 

สำหรับบางท่านที่พึ่งจะคิดออกกำลังกาย หรือท่านที่มีปัญหาน้ำหนักตัว ลองพิจารณาบทความนี้ดู

 

...
Continue Reading

ข้าวกล้องคืออะไร                   คือข้าวที่สีเอาเปลือก (แกลบ) ออกโดยที่ยังมีจมูกข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (รำ) อยู่ ข้าวกล้องจะมีสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวนี้มีคุณค่าอาหารที่มีประโยชน์มาก สำหรับข้าวขาวที่เรากินๆ กันอยู่นั้น เป็นข้าวที่เกิดจากการขัดสีหลายๆ ครั้ง จนเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าวหลุด...

Continue Reading

พบ'ปลาดุกย่าง'มีสารก่อมะเร็งมากสุด

กรมวิทย์ฯเร่งตรวจสารก่อมะเร็งในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลี 'นองชิม' คาด 2 วันรู้ผล พร้อมเผยผลตรวจอาหารพบ 'ปลาดุกย่าง' มีสารก่อมะเร็งมากที่สุด แต่ไม่เกินค่ามาตรฐาน แนะลอกหนังก่อนกิน

 

...

                         8 พ.ย.55 นพ.นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเกาหลีนองชิมว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ส่งตัวอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดังกล่าวมาตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว ภายหลังมีข่าวว่ามีการตรวจพบสารเบนโซเอไพรีน ซึ่งเป็นสารที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งปนเปื้อนในผงปรุงรสของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดังกล่าว โดยทางอย.ส่งตัวอย่างมาให้ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. ซึ่งในขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์นั้นจะเริ่มจากการสลายตัวอย่าง กำจัดสิ่งเจือปนอื่นออกไป และตรวจวัดปริมาณสานเบนโซเอไพรี

                         ทั้งนี้ในขั้นตอนของการสลายตัวอย่างจะต้องใช้เวลานานประมาณ 18 ชั่วโมง แต่ตนได้กำชับให้เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจวิเคราะห์ให้ทราบผลเร็วขึ้น เนื่องจากเป็นเรื่องที่ทางรมว.สาธารณสุขให้ความสำคัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนั้นจึงคาดว่าจะทราบผลการตรวจวิเคราะห์ภายใน 2 วัน จากนั้นจะมีการส่งผลให้กับทางอย.ต่อไป

                         นพ.นิพนธ์ กล่าวต่อว่า สารเบนโซเอไพรีน เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ แต่เป็นสารเคมีที่มีความเป็นพิษเฉียบพลันต่ำ แม้จะมีการทดลองพบว่าสารนี้มีผลก่อมะเร็งในสัตว์ทดลอง แต่ยังไม่พบข้อมูลที่เพียงพอว่าจะทำให้ก่อมะเร็งในคน อย่างไรก็ตามทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์มีการเฝ้าระวังการปนเปื้อนของสารนี้ในอาหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 2554 มีการสุ่มสำรวจอาหารที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการปนเปื้อน ได้แก่ ไก่ย่าง ปลาดุกย่าง และหมูปิ้ง โดยเก็บตัวอย่างจากตลาดสดใน กทม. 42 แห่ง รวม 101 ตัวอย่าง เป็นไก่ย่าง 35 ตัวอย่าง พบการปนเปื้อนร้อยละ 31 ปริมาณสารดังกล่าวที่พบอยู่ที่ 0.5-0.7 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ,ปลาดุกย่าง 36 ตัวอย่าง พบปนเปื้อนร้อยละ 81 ปริมาณสารที่พบอยู่ที่ 0.5-3.2 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม และหมูปิ้ง 30 ตัวอย่าง พบการปนเปื้อนร้อยละ 40 ปริมาณสารที่พบอยู่ที่ 0.3-1.3 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ปริมาณสารที่พบยังถือว่ามีค่าต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่ประกาศในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดไว้ที่ 5 ไมโครกรัมต่อกิโลกรัม

                         นายมงคล เจนจิตติกุล ผอ.สำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า แม้ผลการตรวจวิเคราะห์ในกลุ่มอาหารที่เสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารดังกล่าวจะพบการปนเปื้อนในปริมาณที่ต่ำกว่ามาตรฐานมาก แต่อยากแนะนำว่าเพื่อความปลอดภัยก่อนรับประทานควรตัดส่วนที่ไหม้เกรียมออกไป ไม่ควรรับประทานอาหารปิ้งย่างที่ไหม้เกรียม ส่วนกรณีปลาดุกย่างนั้นแนะนำว่าควรลอกหนังออกและรับประทานแต่เนื้อจะช่วยลดความเสี่ยงการได้รับสารดังกล่าวลงได้

 

See More

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข สั่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ 5 แสนโด๊สให้ประชาชนพื้นที่เสี่ยงในจังหวัดเลยทุกคน เผยขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขดำเนินการควบคุมการระบาดได้ และให้สำรองยารักษาโรคคอตีบ 1,500 ขวดในโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ ส่วนสถานการณ์ทั่วประเทศในปี 2555 มีรายงานผู้ป่วยรวม 75 ราย เสียชีวิต 3 ...

Continue Reading
Image may contain: 15 people
Image may contain: 1 person
Image may contain: 5 people
Madamlek Punnipa added 3 new photos.

นศ.ปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรนานาชาติ คณะเศรษฐศาสตร์ สาธารณสุข ศึกษาดูงานที่PCU Racha

Image may contain: text
จรัส สิงห์แก้ว is with คุณนาย เพิ่มทรัพย์ ร่ำรวย and 6 others.

ยาสองตัวนี้ห้ามใช้ร่วมกัน เพราะเกิดภาวะกรดในเลือด อาจถึงเสียชีวิตได้

กรดแลคติกเกิดจากการสลายกล้ามเนื้อลายมาจากผลของยากลุ่มอีริโทรมัยซินที่ปกติหมอให้สำหรับรักษาก...ารติดเชื้อเช่นเจ็บคอ ในคนไข้ที่แพ้เพนนิซิลลิน หาทานร่วมกับยากลุ่มลดไขมันคลอเรสเทอรอล ชื่อ ซิมวาสเตติน ที่ปกติเป็นยาหลักใน รพ และ สถานีอนามัย จะเกิดการสลายกล้ามเนื้อลายรุนแรงขึ้น เป้นผลให้กรดแลคติกออกมาในเลือด

ทุกครั้งที่ท่านทานยาอยู่กรุณาบอกเภสัชกรหรือแพทย์ด้วยเน่อ

See More
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แฉคุณภาพน้ำดื่มตู้หยอดเหรียญทั่วไทยไม่ผ่านมาตรฐานถึงร้อยละ 37.8 อุดรฯ-ตรัง-สุราษฎร์ฯ แย่สุด ส่วนสงขลาสะอาดที่สุด กทม.ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 22...
thairath.co.th