Jump to
Press alt + / to open this menu
Join or Log Into Facebook  
Do you want to join Facebook?
Sign Up

สูตร 7 "ส" เพื่อผิวสวยด้วยวิธีธรรมชาติ



ขอเสนอสูตร " 7 ส " เพื่อผิวสวยใส ไร้สิว ฝ้า หน้าอ่อนเยาว์ ซึ่งเป็นวิธีปฏิบัติอย่างง่ายๆ ไม่สิ้นเปลือง สูตรนี้มีหัวใจคือ " 7 ส " เพื่อผิวสวยใส ได้แก่


" ส " ที่ 1 คือ "สบู่ "

ให้ใช้สบู่อ่อนล้างหน้าและชำระล้างผิวกาย ไขมันและเหงื่อไคล ออกจากผิวหนัง เวลาล้างหน้าให้ล้างเบาๆ อย่างทะนุถนอมแล้วใช้ผ้าขนหนูสะอาดซับน้ำให้แห้ง บางคนใช้ผ้าขนหนู ขัดถูหน้าแรงๆ จะยิ่งกระตุ้นให้เป็นสิว หรือถ้ามีสิวอยู่แล้วสิวจะแตกเกิดแผลเป็นได้ ไม่ควรใช้แปรงฟองน้ำ สบู่ยาหรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถูขัดถูใบหน้า เพราะทำให้ใบหน้าระคายเคือง ผิวหนังลอก กระตุ้นให้เกิดรังแค ของผิวหน้าคือเป็นผื่นและขุยแดงตามร่องแก้มและหัวคิ้ว อีกทั้งยังทำให้สิวกำเริบขึ้นด้วย


" ส " ที่ 2 คือ "สิว"

ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาปราศจากสิวย่อมเป็นใบหน้าที่สวยใส สิวไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องของวัยรุ่นเท่านั้น ผู้ใหญ่ก็เป็นสิวได้ ดังนั้นผู้ที่อายุ 40 ปี หากมีสิวขึ้นก็อย่าหลงดีใจว่ากลับเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง หากเป็นสิวแต่น้อยอาจหายามาทาเองได้ เช่นเป็นสิวหัวดำสิวหัวขาวหรือสิวอักเสบเพียง 1-2 เม็ด แต่ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจวิธีใช้ โดยละเอียดเสียก่อนนะครับ

ต้องระวังยาที่โฆษณาว่ารักษาได้ทั้งสิวและฝ้าเพราะยาพวกนี้มัก ผสมสารสเตียรอยด์ ซึ่งอาจทำให้สิวยุบในเบื้องต้น แต่จะมีข้อแทรกซ้อนตามมามาก บางครั้งยาพวกนี้แอบแฝงอยู่ในชื่อ "สมุนไพร" โดยพ่อค้าเจ้าเล่ห์แอบเจือปนสเตียรอยด์ลงไป ที่อังกฤษเคยมีการตรวจครีมสมุนไพรจีน ที่อ้างว่า "เป็นของธรรมชาติ" และ "ปราศจากสารพิษ" พบว่าร้อยละ 70 แอบเจือปนสเตียรอยด์ อย่างนี้แหละครับ ที่ทำให้ผู้บริโภคสับสน ความดีงามของสมุนไพรก็จะถูกกลบไปเมื่อไม่นานมานี้ มีโฆษณาว่าสมุนไพร "กวาวเครือ" รักษาสิวฝ้า หน้าเหี่ยวแห้ง และผมร่วงได้ นี่ก็เป็นเรื่องไม่จริงอีก เพราะสาเหตุของโรคเหล่านั้นเป็นคนละสาเหตุกันทั้งหมด ยังไม่มียาแผนโบราณหรือ ยาแผนปัจจุบันล่าสุดชนิดใด ที่รักษาสารพัดโรคได้แบบครอบจักรวาล หรอกครับ

ห้ามบีบห้ามแกะสิวออกเพราะจะเกิดแผลเป็น การกดสิวนั้นแพทย์อาจเลือกกดให้ เฉพาะสิวอุดตันหัวดำเท่านั้น ส่วนในรายที่เป็นสิวอักเสบมากๆ หรือสิวหัวช้าง การฉีดยาสเตียรอยด์ เข้าหัวสิวอาจทำให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว แต่เหมาะเฉพาะในรายที่จำเป็นจริงๆ เช่น จะแต่งงานในวันพรุ่งนี้ เพราะอาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมาและทำให้สิวเกิดมากขึ้นได้ ส่วนการใช้แผ่นขจัดสิวเสี้ยนที่วัยรุ่นนิยมใช้แปะจมูกนั้น ไม่ควรใช้เกินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะถ้าใช่บ่อยเกินไป ผิวอาจอักเสบระคายเคืองและกระตุ้นให้เกิดสิวใหม่มากขึ้น


" ส " ที่ 3 คือ "เครื่องสำอาง"

ควรเลือกใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีสารสเตียรอยด์เจือปน เลือกใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่กระตุ้นให้เกิด สิว ไม่ควรใช้เครื่องสำอางที่เหนียวเหนอะหนะเกินไปเพราะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เครื่องสำอางที่มีราคาแพงอาจไม่ใช่เครื่องสำอางที่ดีที่สุด ในทำนองตรงกันข้าม เครื่องสำอางที่มีราคาถูกก็อาจไม่ได้มาตรฐานและมีสารปลอมปนมาก ผมไม่ปฏิเสธบทบาท ของเครื่องสำอางว่าการใช้เครื่องสำอางอย่างถูกต้องหรือช่างแต่งหน้าแต่งผม ที่มีฝีมือ ย่อมทำให้บุคลิกดีขึ้นได้แน่นอนครับ


" ส " ที่ 4 คือ "ขจัดสาเหตุต้นตอ "

เมื่อเราต่างก็ไม่อยากมีใบหน้าเหี่ยวย่นยับยู่ยี่ ก็ต้องทำความเข้าใจกับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวบนใบหน้า ซึ่งแบ่งเป็น 4 ชนิดใหญ่ คือ รอยเหี่ยวจากอารมณ์ รอยเหี่ยวจากแสงแดด รอยเหี่ยวแห้งและรอยเหี่ยวจากการสูบบุหรี่ เห็นได้ชัดเจนว่า ผู้ที่พกพาแต่ความเครียด ชอบหน้านิ่วคิ้วขมวด ที่เรียกว่า คิ้วผูกโบว์ หรือชอบเลิกหน้าผากจะเกิดร่องย่นได้ตามหัวคิ้วและหน้าผาก หรือในกรณีของผู้สูบบุหรี่นั้น สารนิโคตินทำให้เส้นเลือดที่ผิวหนังหดตัว ผิวหนังขาดอาหารจึงเกิดการเสื่อมสลายพบรอยเหี่ยว แบบแนวตั้งรอบริมฝีปากและรอยตีนกา พบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีใบหน้าแก่ก่อนวัยไปกว่าผู้ไม่สูบนับ 20 ปี การป้องกันริ้วรอยเหี่ยวย่นทั้ง 4แบบนี้จึงได้แก่ การมีอารมณ์แจ่มใส อย่าหน้านิ่วคิ้วขมวด หลบเลี่ยงการโดนแดดจัดเพื่อลดริ้วรอยเหี่ยวจากแสงแดด การใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทา เพื่อแก้ไขรอยเหี่ยวย่นแห้งและการงดสูบบุหรี่ ง่ายๆ แค่นี้เองล่ะครับ


" ส " ที่ 5 คือ "แสงแดด "

ยกเอาแสงแดดมากล่าวซ้ำอีกครั้งในเรื่องฝ้าและกระ เพราะเป็นปัญหากระทบความงามที่สาวไทยวิตกกังวลกันมาก ยังไม่วิธีใดที่จะรักษาฝ้าและกระให้หายขาด และไม่เกิดขึ้นใหม่ได้อีกเลย จึงไม่ควรเสียเวลาและเงินทองให้กับการรักษาฝ้าและกระจนเกินไปนัก ในต่างประเทศถือว่ากระเป็นเสน่ห์ของใบหน้า (cute spots) วิถีทางที่ดีที่สุดในการป้องกันรักษาฝ้าและกระคือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 8.00-17.00 น. เพราะรังสีในแสงแดดนอกจากทำให้ฝ้าและกระเข้มขึ้นแล้ว ยังทำให้ผิวเหี่ยวแก่ และเกิดมะเร็งผิวหนังได้


" ส " ที่ 6 คือ "สุขภาพกาย "

สุขภาพกายที่แข็งแรงย่อมทำให้ผิวพรรณสดใส หลายคนคิดว่า ร่างกายจะแข็งแรงก็คือกินอาหารเสริมมากๆ กินวิตามินบำรุงเยอะๆ พวกนี้น่าจะต้องไปเรียนสุขศึกษา เรื่องกติกาอนามัยในชั้นอนุบาล ชั้นประถมใหม่ สุขภาพที่ดีจะเกิดเมื่อมีการพักผ่อนให้เพียงพอ การทำงานหนักโดยไม่พักผ่อนเลย หรือเอาแต่เที่ยวเตร่ไปวันๆ โดยไม่ทำงานให้เป็นแก่นสาร ล้วนมีผลเสียต่อสุขภาพ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ก่อผลเสียต่อผิวได้ นอกจากผลเสียของการสูบบุหรี่แล้ว การดื่มเบียร์ ดื่มเหล้า ดื่มไวน์ ตลอดจนยาเสพติดทุกรูปแบบ ล้วนก่อปัญหาแก่สุขภาพกายและสุขภาพผิวทั้งนั้น จึงควรดูแลสุขภาพด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับไม่ต่ำกว่าวันละ 6-8 ชั่วโมง รับประทานอาหารให้ครบหมู่และดื่มน้ำให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและรับการตรวจสุขภาพร่างกายด้วย ไม่มีอาหารเสริมหรือวิตามินมหัศจรรย์ ที่จะทำให้สุขภาพกายดี และผิวสวยได้หากไม่ปฏิบัติตามกติกาอนามัยพื้นฐานเหล่านี้


" ส " ที่ 7 คือ "สุขภาพจิต "

อารมณ์กับสุขภาพผิวเป็นสิ่งที่มีความสัมพันธ์กันแนบแน่น ความเครียดนอกจากทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหาร โรคหัวใจ ปวดหัว ฯลฯ แล้ว ยังมีผลต่อผิวพรรณ คือทำให้ผิวหนังอักเสบ เป็นลมพิษ ผมร่วง เริมกำเริบหรือสิวเห่อได้ วิธีหลีกหนีความเครียดมีหลายวิธี เช่น การออกกำลังกาย การปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา การนั่งวิปัสสนา การเล่นโยคะ การนวด การมีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี เหล่านี้ย่อมทำให้จิตใจเบิกบาน ผิวพรรณ ก็จะผ่องใสตามไปด้วย

ปฏิบัติตามสูตร " 7 ส " นี้รับรองมีผิวสวยอย่างธรรมชาติ แถมยังไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทอง ไปกับการใช้เครื่องสำอาง หรือถูกโฆษณาชวนเชื่อให้รักษาด้วยวิธีต่างๆ สวยอย่างธรรมชาตินี่แหละครับ ปลอดภัยที่สุด

ที่มา : นิตยสาร ใกล้หมอ