#เน็ตเวิร์คในบ้านกับอาจารย์ศุภเดช ตอนที่ 2
เมื่อวาน Post เกี่ยวกับ Wireless Router มาตรฐาน AC ในราคาประหยัดไป มีคนแชร์กันไปหลายร้อย ขอบคุณมากครับ
เลยจะมาอธิบายเรื่องของมาตรฐาน Wireless AC ให่เข้าใจกันเพิ่มขึ้นเพราะหลายๆคนยังไม่รู้เลยว่า มันคืออัลไลฟระ??
มาตรฐานของ Wireless LAN ออกโดยองค์กรที่ชื่อ IEEE ครับ ย่อมากจาก Institute of Electrical and Electronics Engineers แปลเป็นไทยก็คือ สถาบันวิชาชีพวิศวกรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นสถาบันระดับนานาชาติที่ไม่หวังผลกำไร ทำหน้าที่ดูแลเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ โดย IEEE เป็นสถาบันวิชาชีพที่มีสมาชิกมากที่สุดในโลก (มากกว่า 360,000 คนใน 175 ประเทศ Wikipedia เค้าบอกมา)
ชื่อของมาตรฐานที่สถาบันนี้ออกก็จะเป็น ชื่อ IEEE ตามด้วยตัวเลขครับโดยที่ มาตรฐาน Wireless LAN ตัวแรกก็คือ
IEEE 802.11a เมื่อปี 1999 เป็นการส่งข้อมูลไร้สายบนคลื่นวิทยุความถี่ 5Ghz ออกมาครั้งแรกความเร็วยังกิ๊กก็อกมาก ระยะการส่งข้อมูลก็สั้น แถมความถี่ 5Ghz บางประเทศยังไม่ใช่ความถี่เปิด ทำให้หลายประเทศใช้ไม่ได้ สุดท้ายเมื่อพัฒนาเสร็จสิ้น ก็ทำความเร็วได้ 54Mbps เท่า IEEE802.11G แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับความนิยมซักเท่าไหร่
ระหว่างที่เจอปัญหาในการใช้มาตรฐาน IEEE802.11A ทาง IEEE ก็เลยย้ายไปพัฒนามาตรฐาน IEEE 802.11b เมื่อตอนปี 1999 เช่นเดียวกันโดยที่หนีไปใช้ความถี่ 2.4Ghz ที่เป็นความถี่เปิดสากล ใช้งานกันได้ทั่วโลกได้ที่ไม่ต้องขออนุญาต ทำความเร็วได้ 11 Mbps สามารถส่งสัญญาณได้ไกลถึง 100 เมตรในที่โล่ง
จากนั้นในปี 2003 ก็ได้เอามาตรฐาน IEEE802.11b มาพัฒนาให้เก่งขึ้น กายเป็นมาตรฐาน IEEE802.11g ส่งข้อมูลได้เร็วมากขึ้น เป็นความเร็ว 54Mbps
และในปี 2009 ก็ได้พัฒนา IEEE802.11n ทีทำความเร็วเพิ่มขึ้น มีการพัฒนาเสาอากาศให้เป็นแบบ MIMO (Multiple Input - Multiple Output) เพื่อให้สามารถใช้ Channel Bandwidth ที่กว้างเท่าเดิม แต่ส่งข้อมูลได้เร็วขึ้นและมีการนำเอาความถี่ 5Ghz ที่อยู่ในมาตรฐาน IEEE802.11a กลับมาใช้งานด้วยกันอีกครั้ง เพราะว่า ความถี่ 2.4Ghz เจอปัญหาหนักมากเรื่องของ Wireless Channel น้อยเกินไปจนสัญญาณรบกวนขนาดหนักระดับใช้งานกันไม่ได้ จากนั้นก็พัฒนาออกมาเป็นระบบ Dual Band คือ อุปกรณ์หนึ่งตัวสามารถปล่อยออกมาได้ 2 ความถี่ (dual band) เรื่อง Dual Band ก็ยังแตกไปได้อีกเยอะ เดี๋ยวไว้เล่าอีกทีละกันนะ กลัวนอกเรื่อง
แต่ว่าความเร็วสูงสุดของ Wireless N ก็คือ 600Mbps เท่านั้น เกิดจากความเร็วบนความถี่ 2.4Ghz ที่ทำได้สูงสุด 300Mbps กับความเร็วบนความถี่ 5Ghz ที่ทำได้เร็วสูงสุด 300Mbps ซึ่งผู้ผลิตก็เอามาโม้ๆ รวมเป็น Bandwidth สูงสุดที่ทำได้ แต่ในความเป็นจริง Client มันต่อแค่ความถี่เดียวเท่ากัน ไม่มีทางทำความเร็วในการเชื่อมต่อจากเครื่องไปยังอุปกรณ์ Wireless ได้สูงถึง 600Mbps หรอกครับ ฮ่าๆ
อย่างไรก็ตาม ความถี่ 5Ghz ที่ออกแบบมาให้ใช้งานบน Wireless N มันยังขยายขอบเขตความสามารถออกไปได้อีก
คือความเร็วของ Wireless LAN มันขึ้นอยู่กับว่า เราใช้ Channel Bandwidth กี่ Mhz ในการสร้างการเชื่อมต่อครั้งนั้นขึ้นมาครับ บนมาตรฐาน IEEE802.11N เนี่ย เราใช้กันเต็มที่แค่ 40Mhz เท่านั้น เลยได้ความเร็วแค่ 300Mbps
บนมาตรฐาน 802.11ac ที่ออกเมื่อปี 2012 จึงมีการระเบิดพลังให้ใช้่ Channel Bandwidth ได้สูงสุด 160Mhz กันเลยทีเดียว ทำให้ความเร็วของมาตรฐาน IEEE802.11ac นั้นสูงถึง 3.2Gbps เลยครับ (แต่อุปกรณ์ฝั่ง Client ยังไม่มีใครเร็วขนาดนั้นเลยนะ)
เอาล่ะครับ สำหรับคนที่สงสัยว่ามาตรฐาน AC มันทำอะไรได้บ้าง ถ้าลองอ่านจากประวัติการพัฒนา Wireles LAN ก็น่าจะพอเห็นภาพ
1. มันเร็วขึ้น เพื่อให้รองรับกระแสของข้อมูลขนาดมหาศาลที่วิ่งกันอยู่บนโลก Network
2. มันย้ายไปใช้ ความถี่ 5Ghz ที่ถูกจัดระเบียบมาเรียบร้อยแล้ว ยังไงก็จะไม่มีปัญหา Channel Overlapping อีกเด็ดขาด
3. มีการพัฒนาความสามารถขึ้นมาเยอะ เช่น Beamforming ที่ช่วยปรับเปลี่ยนการปล่อยสัญญาณให้ยิงตรงมาหาอุปกรณ์ได้
4. เสาอากาศแบบ MIMO ใน IEEE802.11ac สามารถปล่อยคลื่นออกมาได้สูงสุด 8 Spatial Stream
การจะใช้งาน Wireless LAN มาตรฐาน AC ได้นั้น จะต้องเป็น AC ทั้งระบบ คือทั้งคนส่งและคนรับ เปลี่ยนแค่ Wireless Router อย่างเดียวอาจจะไม่พอ ถ้าเป็น Notebook / PC ก็สามารถไปซื้อ WIFI USB Adapter ที่รองรับมาตรฐาน AC มาใช้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นมือถือ ก็คงต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่สถานเดียว
แต่มาตรฐาน WIFI สามารถทำงานแบบ Backward Compatibilityหรือ ทำงานร่วมกับมาตรฐานเก่าได้ ดังนั้น การเปลี่ยน Wireless Router ไปก่อนก็จะช่วยทำให้มือถือของคุณสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้นแหละนะ
อื้มมมม โคตร Geek เลยวุ้ย อ่านแล้วไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้นะครับ