#เน็ตเวิร์คในบ้านกับอาจารย์ศุภเดช ตอนที่ 6
เมื่อวานนี้ไปปิดงานที่ Poolsub Space ... Co-Working Space ที่ฮวงจุ้ยดีที่สุดในบรรดา Co-Working ทั้งหมด ขอแสดงความยินดีกับ Pol Chattharakul ด้วยนะครับ สำหรับ Co-Working แห่งใหม่ที่เอาใจย่านเจริญนคร อยู่ตรงเจริญนครซอย 8 นี่เอง
โจทย์ของที่นี่ ก็ไม่มีอะไรมาก อยากจะให้ Internet ราบรื่นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม โดยชั้นที่ให้บริการก็จะมี
ชั้น 2 เป็น Hot Desk นั่งประมาณ 10 - 15 คน ชั้น 3 เป็น Office 5 ห้อง + ห้องประชุมใหญ่ 1 ห้อง นั่งกันระมาณ 60-70 คน
ของที่ผมใช้ก็มี Mikrotik RB1100 AHX2 ทำหน้าที่ Load Balance iBSG ทำระบบ Authenthication + Hotspot IPCOM PoE Switch 24 Port Access Point ของ IGNITENET รุ่น SS1200 ทั้งหมด 6 ตัว
แต่ของที่ผมเลือกมาทั้งหมดเนี่ย สิ่งสำคัญที่สุดของระบบกลับเป็ของที่หลายๆกลับไม่เคยให้ความสำคัญ
นั่นก็คือ UPS ครับ
อุปกรณ์ Network ส่วนใหญ่ก็ต้องใช้ไฟฟ้าทำงานทั้งนั้นและพวกมันอ่อนแอต่อกระแสไฟฟ้าที่สุดครับ ไฟกระชากนิดหน่อย สะดุ้งกันเป็นแถว ถ้าโชคดีก็แค่ Config หายหมด ถ้าโชคร้ายก็พังไปเลย
หลังๆอุปกรณ์ Access Point รับไฟฟ้าผ่านระบบ PoE (Power Over Ethernet) หรือระบบจ่ายไฟฟ้าผ่านสาย LAN กันหมด ทำให้เราสามารถควบคุมเรื่องไฟฟ้าได้ง่ายกว่าเมื่อก่อนเยอะ สมัยก่อน Access Point ต้องทำรางปลั๊กแยกกันไปด้วย ทำให้เสียเวลาติดตั้งเพิ่ม + คุมเรื่องไฟฟ้าไม่ได้เลย
เอาล่ะ กลับมาที่ UPS ครับ UPS มี 3 แบบด้วยกัน
แบบแรกเรียกว่า Offline UPS .. โดยอุปกรณ์ที่เสียบหลัง UPS แบบนี้ จะใช้ไฟตรงจากเต้าไฟฟ้า เมื่อมีเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ระบบจะ Switch ไปใช้ไฟฟ้าจาก Battery ข้อดีคือ ถูกมาก ข้อเสียคือ ไฟกระชากทีบรรลัยหมด
แบบที่ 2 เรียก ว่า Line Interactive UPS รุ่นนี้จะเพิ่มวงจรของระบบ Stabilzer เพื่อทำให้กระแสไฟนิ่งมากขึ้น ทนต่อไฟกระชาก หรือไฟตก และหากเกิดไฟดับขึ้นก็จะสลับไปใช้ไฟจาก Battery ด้วยวงจรที่ค่อนข้างเร็ว แต่ก้ยังมี Gap นะ ข้อดีคือ แพงกว่า Offline UPS ไม่มาก และทนไฟกระชากได้ แต่หากอุปกรณ์ที่ใช้ Sensitive ต่อไฟฟ้ามากๆ เช่นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ก็ยังไม่สามารถรองรับได้
แบบที่ 3 เรียกว่า True Online UPS ครับ เป็น UPS ที่เทพสุด คือ ไฟฟ้าที่จ่ายให้กับอุปกรณืจะมาจาก Battery โดยตรง เรียกได้ว่า ไฟตก กระชาก ดับ ไม่มีผลต่อ UPS และอุปกรณ์ที่ต่อกับมันเลยแม้แต่น้อยครับ ข้อดีก็อย่างที่บอกไป ข้อเสียก็แพงยับเลยครับ
ส่วนใหญ่ลูกค้าที่ผมวางระบบให้ ผมจะใช้ รุ่นท็อปของ Line Interactive UPS ที่มีวงจรดีๆ สลับสัญญาณเร็ว หรือถ้างบถึงก็ซัด True Online UPS ไปเลย
แต่เจ้า True Online UPS ที่สำรองไฟได้ 2,000 va ราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 28,000 - 30,000 ครับ นี่แค่ UPS นะ เสนอราคาไปทีลูกค้าจุกมิใช่น้อย นึกว่าเราไปหลอกฟันเค้าผ่าน UPS
อีกเรื่องก็คือ Power Outlet หรือ ปลั๊กไฟที่ใช้กับอุปกรณ์เน็ตเวิร์ค คือแบบเห็นมาหลายที่มาก วางอุปกรณื Network แสนแพง แต่ดันไปใช้รางปลั๊กอันะ 200 มาจ่ายไฟเนี่ย ส่วนใหญ่ผมจะใช้ Power Outlet ที่มากับตู้ Network เลย และถ้าจะเพิ่ม หรือ เอาไปใช้กับอุปกรณ์ที่ใช้ไฟไม่เยอะ อย่างน้อยๆ ก็ต้องซัด Belkin ล่ะ ทนไม่ได้หรอกถ้าจะให้ใช้ปลั๊กไฟง่อยๆ อันละไม่ถึง 200 บนอุปกรณ์ราคาหลายหมื่น
อย่างที่แนะนำไปครับ หลายๆคนวางเครือข่ายอุปกรณ์ตัวเอง บนระบบที่ไฟฟ้าไม่เสถียร แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เจอปัญหา Config หายบ้าง , Network สะอึกบ้าง หลุดบ่อยมาก ก็โทรไปด่าผู้ให้บริการว่า ทำไมเน็ต ติดๆดับๆ ซึ่งในความเป็นจริง ปัญหาอาจจะอยู่ที่ระบบอุปกรณ์จ่ายไฟห่วยๆที่คุณใช้อยู่ก็ได้ครับ
ฝากไว้นิดนะครับ ระบบไฟฟ้า สำคัญพอๆกับ Network เพราะอุปกรณ์ Network ก็วิ่งอยู่บนไฟฟ้าเหมือนกัน
เดี๋ยวพรุ่งนี้ จะเล่าเรื่องการไปวางระบบ Wireless LAN ของ Priceza ที่วันนี้ไปวางระบบมา
สำหรับท่านใดสนใจทำ Network Survey เพื่อวิเคราะห์ปัญหา Network ในองค์กร สามารถจองคิวได้ที่ คนที่เป็นเจ้าของบริษัทอย่างแท้จริงอย่างแฟนผมได้ที่ jidapa@vronline.in.th นะคร้าบ