#เน็ตเวิร์คในบ้านกับอาจารย์ศุภเดช ตอนที่ 7
#เน็ตเวิร์คในบ้านกับอาจารย์ศุภเดช ตอนที่ 7 ครับ วันนี้มีเรื่องเกี่ยวกับ Wireless LAN ที่หลายๆคนเข้าใจผิดมาเล่าให้ฟัง
ขอย้อนไปยังเรื่องที่ผมไป Survey Network + แก้ไขปัญหาให้ลูกค้า Priceza.com ละกันครับ เมื่อซักประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน ผมเข้าไป Survey ที่ Office ของ Priceza ด้วยอาการที่คนใน office ใช้ Wireless LAN ไม่ได้เลย
ระบบเก่าที่ผมทำเอาไว้ ที่นี่ทำงานบนสาย LAN เป็นหลัก ผมเลยตั้ง Access Point กำลังส่งสูง Ubiquiti Unifi LR เอาไว้ 1 ตัวกลาง Office เพื่อให้ใช้ Wireless LAN กันได้
ต่อมาพนักงานใน Office เริ่มรู้สึกว่า Wireless LAN ใช้ไม่ค่อยได้ คนใน Office ก็เลนสงสัยว่า ท่าทาง Access Point ตัวเดียวจะไม่พอ ก็เลยไปซื้อมาเพิ่ม แต่ก็ยังช้าอยู่ แล้วก็ซื้อมาเพิ่ม ทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบ 4 ตัว
จากนั้น พี่ไวแห่ง Priceza ก็โทรเรียกผมมาดูปัญหาให้หน่อย
ผมก็เอ๊ะ ตอนนั้นผมวางระบบเอาไว้ก็น่าจะใช้งานได้ปกติดีนี่นา
กลับมาอีกที Access Point ท่วม Office
สาเหตุแรกที่ Wireless LAN ใช้งานไม่ได้ เกิดจาก Office ข้างเคียงเริ่มมีการเพิ่ม Wireless LAN เข้ามาในระบบแล้ว Office เหล่านั้นก็ไม่ได้ ทำข้อตกลงกันว่า ใครจะอยู่ Channel ไหน ผลก็คือ พอ Channel ชนกัน ก็เลยพังกันหมด แทบไม่มีใครใช้ได้
ประกอบกับทาง Priceza เพิ่ม Access Point เข้าไปอีก เลยทำให้ยิ่งใช้งานกันไม่ได้เข้าไปใหญ่
แล้วทำไมการที่ Channel ชนกันถึงส่งข้อมูลกันไม่ได้ล่ะ
ถ้าให้เปรียบการส่งข้อมูลของ Wireless LAN ให้เข้าใจง่าย ก็อยากจะให้เปรียบเทียบเหมือนคนคุยกันในกลุ่มครับ
สมมติมีซัก 10 คน ถ้าเราอยากจะคุยกัน วิธีที่ดีที่สุดคือ ระหว่างที่เราพูด คนอื่นต้องหยุดคุยใช่ไหมครับ เพราะไม่อย่างงั้นคงคุยกันไม่รู้เรื่อง
Wireless LAN ก็เช่นเดียวกันครับ อุปกรณ์ภายใต้ Channel เดียวกัน เวลาที่คุยหรือส่งข้อมูลหากัน มันจะต้องรอให้คนอื่นหยุดส่งข้อมูลก่อน
มีสิบคน ก็ค่อยๆรอทีละ สิบคนส่ง
ทีนี้การที่มี Wireless Channel ชนกัน ก็หมายถึง มีกลุ่มคนอีกกลุ่ม มาคุยกันข้างๆไอ้สิบคนนี้ และระหว่างที่ 10 คนนี้เค้าผลัดกันคุย มันไม่ได้ร่วมวงกับเค้าด้วย เพราะอีกวงก็คุยเรื่องของตัวเอง
ระหว่างที่คุยเราก็จะรู้สึกรำคาญเพราะว่า เสียงรบกวนจากไอ้กลุ่มที่ 2 มันแทรกเข้ามาทำให้คุยรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง
อาการแบบนี้เราเรียกกันว่า Channel Overlapping ครับ คือ Channel เหลื่อมกันนั่นเอง
แล้วทำยังไง ไอ้ 2 กลุ่มนี้ ถึงจะคุยข้างๆกันได้ รู้เรื่อง
นั่นก็คือการย้ายไปคุยกัน ใน Channel ที่ห่างกันมากพอไงครับ
Wireless LAN มาตรฐาน 2.4Ghz จะมี Channel ให้ใช้อยู่ทั้งหมด 11 ช่อง
และแต่ละช่องจะมี Bandwidth กว้าง Mhz และ เวลาส่งข้อมูลด้วยมาตรฐาน 802.11N จะใช้อย่างน้อย 20Mhz แปลว่าแค่ตั้ง Access Point ขึ้นมา 1 ตัวก็ใช่ไป 4 ช่องแล้วนะครับ
จากนั้นหากต้องการที่จะไม่ให้อีกคนมากวน Access Point มากวนจะต้องมีการเผื่อ Guard Band ไว้ด้วยอีก 5Mhz
สรุปแล้ว ทั้ง 11 Channel มีให้ใช้ได้แค่ 3 Channel เท่านั้นครับ คือ 1 / 6 / 11
ถ้าทุกคนที่ใช้งาน Access Point ความถี่ 2.4Ghz สมัครสมานสามัคคีกัน วางเครือข่ายกันอยู่บนความถี่เหล่านี้
เราจะไม่มีคลื่นรบกวนครับ แต่อาจจะมีช้าเพราะต้องสลับกันคุยเท่านั้น แต่เพราะว่าทุกคนไม่เคยปรึกษากันเวลาวาง Access Point เลย ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ค่าที่ Router ให้มาเป็นมาตรฐาน
นั่นก็คือ ค่า AUTO ครับ
ไอ้ค่า AUTO นี่คือว่าเป็นค่า Setting ที่เลวร้ายที่สุดในโลก Network เลย
หลักการของการเซ็ตแบบ Auto ก็คือ มันจะเลือก Channel ที่คลื่นรบกวนน้อยที่สุด
แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่มี Channel ที่มีคลื่นรบกวนน้อยที่สุดอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นเจ้า AUTO ก็จะกระโดดเปลี่ยนคลื่นไปเรื่อยๆ
ทำให้คนที่ใช้งานอยู่หลุด แถมยังกระโดดไปกวนทุกคนแถวๆนั้นอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม วิธีแก้ก็คือย้ายไปใช้ Access Point ที่รองรับความถี่ 5GHZ
อย่างที่เห็นว่า ใน Wireless LAN มาตรฐาน 5Ghz จะมี Channel ที่กว้างกว่า และเหลือที่เยอะกว่า รวมไปถึงไม่มีอาการ Channel Overlapping อีกด้วย
สำหรับเคสของ Priceza.com ผมได้เลือก Access Point ยี่ห้อ IGNITENET ติดตั้งเข้าไปใน Site 2 ตัว แล้วก็ถอด Access Point 2.4 ที่ติดเพิ่มไปเยอะแยะออกให้หมดเพื่อลดปัญหาสัญญาณรบกวนครับ
จากที่เห็นในรูปจะเห็นว่า ตอนนี้ Client กว่า 60% กระโดดมาเกาะที่ ความถี่ 5GHz เองด้วยระบบ Band Steering ครับ แล้วก็ใช้งานกันแบบไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
ส่วน Client 2.4Ghz ที่ยังกระโดดขึ้นมาที่ 5Ghz ไม่ได้ อันนี้ก็ต้องรอ การอัพเกรดกันต่อไปครับ
ปิดท้ายด้วยข้อความโฆษณา
สำหรับท่านใดที่ต้องการให้ผมไปทำ Network Survey รบกวนติดต่อที่ jidapa@vronline.in.th เพื่อนัดคิวได้เลยนะครับ ยินดีให้บริการทุกท่าน ขอบคุณมากคร้าบ